TARADedu

เรียนรู้ อีคอมเมิร์ซอย่างยั่งยืน

Archive for May, 2009

Thursday
May 28,2009

คนทำเว็บไทยเกือบทุกคนที่ร่วมเสวนาในงานจิบน้ำชาของสมาคมผู้ดูแลเว็บไทย หัวข้อ “Social Media Marketing การตลาดที่ขับเคลื่อนด้วยผู้บริโภค” ล้วนพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า การตลาดแบบเก่านำมาใช้บนโลกดิจิตอลหรือโลกอินเทอร์เน็ตไม่ได้อีกแล้ว การส่งข้อความโฆษณาจากบนลงล่าง (จากเจ้าของสินค้าสู่ผู้บริโภค) ไม่มีอิทธิพลในโลกออนไลน์ ที่ผู้บริโภคไม่ใช่ผู้รับฟัง แต่เป็นผู้พูดกับผู้บริโภคด้วยกันเอง

คำถามจึงมีอยู่ว่า บริษัทต้องวางกลยุทธ์การตลาดใหม่อย่างไรให้สามารถรับมือกับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น คนทำเว็บหลายคนบอกว่า การสร้างเว็บไซต์ยุคใหม่ต้องใส่ใจเรื่อง Social Feature ให้มาก เช่น ต้องมีปุ่มให้ลูกค้าส่งต่อสินค้าให้เพื่อนชมได้ ต้องมีปุ่มเพิ่มรายการสินค้าที่เราชอบให้เพื่อนเข้ามาชมได้ มีปุ่มให้ดาวสินค้า มีฟีเจอร์ให้ลูกค้าอัพภาพหลังซื้อสินค้าไปใช้งาน ซึ่งฟีเจอร์เหล่านี้เป็นเบื้องหลังความสำเร็จของการตลาดบนเว็บไซต์มากมาย รวมถึง Amazon ที่มีฟีเจอร์เหล่านี้ถึง 15 ฟีเจอร์บนหน้าสินค้า 1 หน้า

ขณะที่หลายคนบอกว่า การตลาดดิจิตอลไม่มีรูปแบบสำเร็จที่สามารถกำหนดเป็นข้อๆ ทุกคนต้องมีจุดยืนภาพรวมใหญ่ในใจแล้วสรรหากลยุทธ์เพื่อผลักดันบริษัทให้เป็นไปตามภาพนั้น จึงจะประสบความสำเร็จในการทำการตลาดดิจิตอล

หนึ่งในนั้นคือ วันฉัตร ผดุงรัตน์ เจ้าของและผู้ก่อตั้ง “พันทิปดอตคอม” เจ้าพ่อชุมชนเว็บไซต์พันธุ์ไทยที่มีสมาชิกกว่าครึ่งล้านคน วันฉัตรบอกว่า ไม่ว่าจะเว็บไซต์จะมีฟังก์ชันส่งต่อเพื่อนหรือฟังก์ชันใดก็ตาม ขอเพียงมีฟังก์ชันที่สามารถตอบความต้องการพื้นฐานของมนุษย์ 5 ขั้นหรือกฎของมาสโลว์ได้ก็จะประสบความสำเร็จ

แม้สูตรการตลาดดิจิตอลเป็นสิ่งที่นักการตลาดต้องแก้โจทย์ด้วยตนเองและไม่มีคำตอบตายตัว แต่ข้อห้ามหรือ “กับระเบิด” ที่นักการตลาดดิจิตอลต้องหลีกเลี่ยงกลับสามารถสรุปออกมาเป็นหลักใหญ่ได้ถึง 10 ข้อ โดย เคนท์ เวอร์ไทม์ ประธานกรรมการบริษัท โอกิลวี่ วัน จำกัด ประจำภาคพื้นเอเชียแปซิฟิก และ เอียน เฟนวิค ที่ปรึกษาและศาสตราจารย์ประจำภาควิชาการตลาด สถาบันบัณฑิตบริหารธุรกิจศศินทร์ ช่วยกันสรุปไว้ในหนังสือเรื่อง DigiMarketing : เปิดโลกนิวมีเดียและการตลาดดิจิตอล สำนักพิมพ์เนชั่นบุ๊คส์

เคนท์และเอียนบอกว่า นักการตลาดที่ไม่ต้องการให้เว็บไซต์ของตัวเองต้องตกอับไปอย่างน่าเสียดายจะต้องไม่มีขั้นตอนการลงทะเบียนยุ่งยาก ต้องมีการวางแผนงานที่แน่ชัดว่าจะนำข้อมูลมาใช้อย่างไรให้เกิดประโยชน์สูงสุด

หากบริษัทมีเครื่องมือเก็บข้อมูลมากมาย แต่ข้อมูลนั้นไม่เคยถูกวิเคราะห์เพื่อสกัดออกมาเป็นความรู้ ก็เหมือนกับการมีเครื่องออกกำลังกายแต่คุณเอาไปใช้แขวนเสื้อผ้า ไม่ได้ทำให้ร่างกายคุณแข็งแรงอย่างที่ควรจะเป็น เคนท์และเอียนบอกว่านักการตลาดดิจิตอลที่ประสบความสำเร็จต้องมีแผนการวิเคราะห์ข้อมูลที่ชัดเจนและสม่ำเสมอ นำมาปรับปรุงเพื่อให้เกิดผลลัพธ์ที่ดียิ่งขึ้น ไม่ใช่แค่เก็บข้อมูลเอาไว้เฉยๆ

ขณะเดียวกัน นักการตลาดไม่ควรเน้นแต่ลูกเล่นบนเว็บไซต์ (Gimmick) โดยเคนท์และเอียนยกตัวอย่างว่านักการตลาดดิจิตอลยุคแรกๆ มักจะเชื่อว่าถ้าเว็บไซต์มีลูกเล่นเช่นเกมจะทำให้คนเข้ามาเว็บไซต์บ่อยครั้งได้ สิ่งที่เกิดขึ้นคือหลายเว็บไซต์ล้มเหลวเพราะผู้ใช้พากันเข้ามาเล่นเกมแทนที่จะสนใจในแบรนด์สินค้า ซึ่งลูกเล่นเหล่านี้มักจะดึงดูดความสนใจของผู้ใช้ได้ในระยะสั้นๆ เท่านั้น

เคนท์และเอียนเชื่อว่านักการตลาดที่ไม่สนใจสร้างการรับรู้ แล้วอยู่กับความเชื่อที่ว่า “สร้างเว็บไปเถอะ เดี๋ยวลูกค้าก็มาเอง” กำลังเดินทางผิดพลาดมหันต์ แต่นักการตลาดควรต้องมีแผนงานที่ดีในการดึงนักท่องเน็ตเข้ามาสู่เว็บไซต์ที่สร้างขึ้น และต้องไม่มองข้ามเสิร์ชเอนจิ้น เพราะโปรแกรมสืบค้นข้อมูลบนอินเทอร์เน็ตเป็นแรงดึงคนเข้าเว็บไซต์ที่นักการตลาดไม่ควรมองข้าม

ที่สำคัญ เว็บไซต์ที่ใช้งานยากย่อมทำให้ลูกค้าเสียเวลานาน ส่งผลให้คะแนนความประทับใจติดลบในที่สุด สรุปคือนักการตลาดควรทำให้การใช้งานเว็บไซต์ง่ายเสมอสำหรับผู้บริโภคในยุคดิจิตอล

เคนท์และเอียนห้ามนักการตลาดส่งสแปมเมลหรืออีเมลโฆษณาที่ผู้รับไม่ต้องการ แต่ให้หันไปหาวิธีกระตุ้นลูกค้าให้มีส่วนร่วมแทน โดยทั้งสองบอกว่าเนื้อหาในเว็บไซต์ที่มีลักษณ์เหมือนโบรชัวร์ที่เอาแต่พูดให้ฟัง ไม่เปิดโอกาสให้ลูกค้าร่วมถกหรือหารือเรื่องราวต่างๆ เท่ากับเป็นการเสียเวลา เสียเนื้อที่ และเสียโอกาสไปเปล่าๆ

ข้อห้ามสุดท้ายคือการทำการตลาดแบบเหมารวมหรือ Mass Marketing การทำการตลาดประเภทนี้บนโลกดิจิตอลโดยไม่สนใจจะตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคแต่ละคน เคนท์และเอียนมองว่าเป็นความผิดพลาดใหญ่หลวง เพราะช่องทางสื่อสารบนอินเทอร์เน็ตนั้นเปิดโอกาสมากมายให้นักการตลาดนำเสนอสิ่งที่เหมาะกับความต้องการของแต่ละคน

เมื่อหลบกับระเบิดเหล่านี้ได้แล้ว ก็สามารถอุ่นใจได้ครึ่งหนึ่งแล้ว

ที่มา www.positioningmag.com

Friday
May 22,2009

ลองอ่านกันดูนะครับ กับ 14 ขั้นตอนง่ายๆ ในการทำ On-Page SEO ในแบบของผม :-)

  1. ตรวจสอบดูว่า HTML Source Code ของหน้านั้นไม่มี Markup Error (เช็คได้ที่ http://validator.w3.org/)
  2. ในการตั้งชื่อ URL ให้ใช้ - (Hyphen) แทนการใช้ _ (Underscore) เพราะว่ากูเกิ้ลจะมองว่า bangkok-hotel.html = bangkok hotel ในขณะที่ bangkok_hotel.html = bangkokhotel
  3. อย่าลืมตั้งค่า charset ให้ถูกต้อง เช่น <meta http-equiv=?Content-Type? content=?text/html; charset=UTF-8? />
  4. ใช้ Links ในส่วนของ Footer ให้เป็นประโยชน์ (เหมาะสำหรับพวก Long Tail Keywords)
  5. Title Tag กับ Meta Description ของแต่ละหน้าในเว็บของเรา ต้องไม่ซ้ำกัน อันนี้สำคัญมากๆ (อ่านต่อ Title & Meta Description Tag - Tags นี้สำคัญแค่ไหน?)
  6. ตั้งชื่อ Title ให้น่าสนใจ แล้วก็ควรที่จะเกี่ยวข้องกับ Keyword ที่เราทำการ Research มา
  7. เขียน Meta Description ให้สอดคล้องกับ Title วัตถุประสงค์ก็เพื่อให้คนที่ทำการค้นหานั้นอยากคลิ๊ก แล้วก็เข้ามาอ่านต่อในเว็บของเรา (เพราะว่า Google จะเอา Meta Description ไปแสดงในหน้าที่แสดงผลของการค้นหา)
  8. ไม่ต้องกังวลกับ Meta Keywords มากนัก รวมทั้งไม่ควรใส่ Keywords ที่เป็น Money Keywords ของเราลงไปด้วย เพื่อป้องการการขโมยคีย์เวิรด์จากคู่แข่ง (โดยเฉพาะพวกที่ใช้ Tools ต่างๆ)
  9. พวก CSS กับ JavaScripts ควรจะแยกออกไปเป็นไฟล์ไว้ข้างนอก เพื่อที่จะลดขนาด HTML ของหน้าเว็บนั้นๆ ซึ่งจะทำให้หน้าเว็บนั้น สามารถโหลดได้เร็วขึ้น
  10. อย่าลืมความสำคัญของ Header Tags เช่น h1, h2
  11. พวก Image Tag อย่าลืมใส่ค่าตรง alt ด้วย เช่น<img src=?sample-image.jpg? alt=?This is a sample image? />
  12. พยายามที่จะใส่ Keyword ไว้ในที่ต่างๆ เหล่านี้ เช่น Title Tag, Meta Description, h1, h2, ย่อหน้าแรกของเนื้อหา, URL ของหน้านั้นๆ เป็นต้น อาจจะใช้ตัวหน้า หรือว่าขีดเส้นใต้ให้กับ Keyword เหล่านั้นด้วยก็ได้
  13. ใช้ Xenu ในการเช็ค Broken Links
  14. สุดท้ายก็ทำการ Submit XML Sitemap ที่ Google Webmaster Tool

ถ้าเพื่อนๆ คนไหนมีเทคนิค หรือว่ามีอะไรที่ต้องการจะเพิ่มเติม ก็สามารถแนะนำกันได้นะครับผม

บทความโดย Attawee

www.pccompete.com

Wednesday
May 20,2009

เมื่อวาน ได้มีโอกาสไปร่วมงาน google AdWords for success ที่โรงแรม แกรนด์ มิลเลนเนียม สุขุมวิท หรูมาก (ครั้งก่อนก็รู้สึกว่าจัดที่นี้นะ ไม่รู้google ชอบโรงแรมนี้รึไงว้า) ด้วยความจำเป็นที่ต้องไปครับเพราะคุณ ตราวุทธ์ (www.trawut.com) ได้โทรมาชวนให้ไปร่วมงานครับ ความจริงเอาของไปส่งครับ (5555) พอไปถึงครับบัตรเชิญก็ไม่มีครับ มีแต่บัตรเสือกครับ พอสบช่องเดินมัวไปลงทะเบียนหน้างานเลยครับ เจ้าหน้าที่ถามว่ามีเว็บไซต์ไหมคะ (ไม่อยากจะตอบเลยว่ามีครับเว็บผมใหญ่มากยอดคนเข้า3วันคน) แจกนามบัตรแล้วก็เข้าฟังครับ ไหน ๆ อีกนานขอเดินร่อน ๆ ไปทั่ว ๆ ครับ ทางgoogle ส่งตัวแทนมาให้ความช่วยเหลือตอบคำถาม เมื่อถึงเวลาเลยเข้าห้องไปเลยครับ

โดยคุณ พรทิพย์ กองชุน ผู้จัดการฝ่ายการตลาด-ประเทศไทย ได้เชิญคุณ ชาริฟ ผู้จัดการฝ่ายการตลาดของ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้กล่าวเปิดงาน ต่อจากนั้น คุณดวงขวัญ จากgoogle ได้พุดถึง AdWords ต่อด้วยคุณมุกพิม ได้ขึ้นมากล่าวถึงการโฆษณาและกางวางแผนการโฆษณาแก่องค์กรเพื่อบรรลุเป้าหมายก่อนจะ coffee break

ขอข้ามที่คุณดวงขวัญพูไปนะครับ เอาที่คุณมุกพิมพ์พุดดีกว่า ว่าทำไมppc ถึงนิยม

1. Reach  ใช่ครับว่าppc จะเข้าถึงลูกค้าของคุรได้ดีที่สุด ทำไมเหรอครับ เพราะเขากำลังหาอะไรสิ่งที่เขาต้องการก็มาอยู่ตรงหน้า ต่างจาก advertising ตัวอื่น ๆ ที่ไม่ตรงเป้าเท่าที่ควร

2. Cost เราสามารถควบคุมงบประมาณและสามารถวัดผลว่า ค่าROI ที่ได้เป็นอย่างไรและสามารถเปลี่ยนแปลงการทำโฆษณาได้อีกเพื่อผลการลงทุนและผลกำไรที่ดีที่สุดของคุณ

3. Relevance & Timming  จะดีแค่ไหนว่าลุกค้าของคุณอยากชื้อบ้าน แล้วโฆษณาของคุณจะไปอยู่ตรงหน้าของลูกค้าของคุณได้ทันทีโดยลูกค้าจะเป็นฝ่ายเดินเข้ามาหาคุณเอง โดยผ่านระบบ seach engine  และเมื่อลูกค้าของคุณสนใจและตัดสินใจที่จะชื้อ สินค้าคุณจะอยู่ต้องหน้าลูกค้าในทันที โอกาศที่จะเพิ่มยอดขายให้สินค้าคุณจะเพิ่มสูงมากขึ้น

4. Flexibility ระบบจะเลือกการจัดดารแคมเปญ โฆษณาที่ง่ายได้และสะดวกสบาย รวดเร็ว และ ใช้เวลาในการเปลี่ยนแปลงข้อมูลแคมเปญโฆษณาเพียงเล็กน้อยและเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา 24 ชั่วโมง ที่สำคัญคุฯอยากจะlunch โฆษณษาของคุณหรือจะหยุดโฆษณาของคุณได้ทันที่ที่คุณต้องการ

5. Measurement คุณทราบไหมครับว่าโฆษณาของคุณที่ลงบนTV หยังสือพิมพ์มีลูกค้าของคุณชื้อหรือเเห็นกี่คนด้วยระบบการทำโฆษณาแบบ ppc ท่านสามารถที่จะดูรายงาน ตรวจสอบว่าทุนที่คุณทำโฆษณาลงไปได้ผลเป็นยังไงบ้าง และสามารถที่จะตรวจสอบได้ทุกที่ ทุกเวลา เพื่อการวางแผนการโฆษณา ครั้งต่อไป

หลังจากนี้คุณ พรทิพย์ กองชุน ได้พูดเกี่ยวข้องระหว่าง SEO และSEM  โดยกล่าวถึงความแตกต่างระหว่าง SEO และ SEM ว่ามีขั้นตอนการทำที่ต่างกันอย่างไร เราจะเลือกทำอย่างไหนอย่างหนึ่งรึว่าจะทำทั้งสองนั้น คุณพรทิพย์ ได้ให้ความเห็นไว้ว่าควรที่จะทำทั้งสองอย่างควบคู่กันไปเพราะอะไร คุณพรทิพร์บอกว่า ถ้าบอกให้คน1คนใน100คนหัน จะมีคนหัน1คน แต่ถ้าให้คน100คนใน10000คนหัน จะมีคนหันมากว่า100คน เช่นเดียวกัน ว่าการทำโฆษณาบนppc ยิ่งมีlinkเยอะคนยิ่งเห็นเยอะ เข้าไปเยอะ

ก่อนจบงานทางคุณ มุกพิม ได้บอกวิธีเลือกเอเจนชี่ทำPPC ผมขอเอามาเล่าวันพรุ่งนี้นะครับ

ที่มา www.inine.in.th

สมัครสมาชิก ฟรี!

Email:
Name:

Polls

ฺท่านรู้จักเว็บไซต์ www.TARADedu.com จากที่ไหน

View Results

Loading ... Loading ...

Widget