TARADedu

เรียนรู้ อีคอมเมิร์ซอย่างยั่งยืน

Archive for the ‘บทความ e-Business’ Category

Monday
Jun 1,2009

เมื่อวานผมได้ทิ้ง เอาไว้ว่าวันนี้จะมาต่อเรื่อง ของการเลือกเอเจนซี่แอดเวิร์ดส์ ทำไมเราถึงต้องเลือกให้ให้ดีถ้าคุณเลือกไม่ดีแล้วโอกาศที่จะถูกหลอกก็มีสูง โดยทางคุณมุกพิม ได้ให้รายละเอียดเอาไว้คราว ๆ แต่ผมค้นเจอมาจากทาง blog ของ googlethailand โดยทางgoogleได้แนะนำอะไรบ้าง จะขอยกบทความมาทั้งหมดเลยนะครับ

สวัสดีค่ะ คุณทราบหรือไม่ว่าคุณสามารถบริหารโฆษณาออนไลน์บนหน้ากูเกิลและบนเว็บไซด์พันธมิตรของเราหรือที่รู้จักกันดีในชื่อ ?กูเกิลแอดเวิร์ดส์? ได้อย่างง่ายๆ โดยที่คุณสามารถสมัครและเริ่มต้นโฆษณาของคุณได้ภายในเวลาไม่กี่นาที ทั้งไม่มีสัญญา ข้อผูกมัดหรือค่าใช้จ่ายขั้นต่ำ และคุณก็สามารถเขีียนคำโฆษณาและเลือกคำค้นหาได้ตามที่คุณพอใน แต่หากคุณไม่มีเวลาทำทุกขั้นตอนด้วยตัวคุณเอง คุณก็อาจจะมองหาเอเจนซี่โฆษณาดีๆ ซักรายที่มีประสบการณ์ในด้านนี้เพื่อช่วยบริหารจัดการโฆษาแทนตัวคุณเองค่ะ

 

อย่างไรก็ตาม สิ่งสำคัญที่คุณควรต้องทราบและควรจะได้รับจากเอเจนซี่เหล่านั้นมีอะไรบ้าง วันนี้เรามาเรียนรู้เรื่องนี้กัน เพื่อจะช่วยให้คุณทราบว่าลักษณะของเอเจนซี่แบบไหนที่คุณควรพิจารณาให้ดูแลโฆษณาของคุณค่ะ

 

ก่อนที่จะตัดสินใจใช้บริการกูเกิลแอดเวิร์ดส์คุณควรต้องเข้าใจลักษณะการทำงานของโฆษณาแบบนี้เสียก่อน เอเจนซี่ที่ดีควรอธิบายให้คุณฟังถึงลักษณะการทำงาน การประมูลราคาคำค้นหา การคำนวนค่าใช้จ่ายในการโฆษณา ลักษณะการเก็บเงิน รวมถึงโอกาสในการปรับปรุงแคมเปญโฆษณาของคุณเพื่อให้เข้าถึงกลุ่มลูกค้าได้มากที่สุด

 

 

เมื่อคุณลงโฆษณากับกูเกิลแอดเวิร์ดส์ เอเจนซี่จะสร้างกลุ่มคำค้นหาหรือคีย์เวิร์ดที่ผู้ใช้อินเตอร์เน็ตใช้ค้นหาสินค้าต้องของคุณ หรือหากคุณต้องการให้โฆษณาไปปรากฏบนเว็บไซด์พันธมิตร ทางเอเจนซี่จะสามารถตรวจสอบว่ามีเว็บไซด์ใดบ้างที่มีเนื้อหาเข้ากับสินค้าของคุณ หรือสินค้าของคุณควรไปปรากฏบนเว็บไซด์ประเภทใด ซึ่งโดยปกติแล้วการแสดงโฆษณาในลักษณะนี้กูเกิลจะคิดค่าบริการตาม ?ต้นทุนต่อคลิก? (cost-per-click: CPC) หรือ ?ต้นทุนต่อการแสดงผลพันครั้ง? (cost-per-thousand-impressions: CPM) ซึ่งต้นทุนเหล่านี้จะเกิดขึ้นเมื่อมีผู้ใช้อินเตอร์เน็ตคลิกหรือเห็นโฆษณาของคุณ เอเจนซี่ที่คุณกำลังมองหาก็ควรอธิบายวิธีการคำนวนดังกล่าวให้คุณทราบและคิดค่าบริการโฆษณาของคุณตามที่กูเกิลเรียกเก็บจริงโดยส่งมอบใบเรียกเก็บเงินจากทางกูเกิล และแยกเก็บค่าบริหารจัดการในอีกส่วนหนึ่ง นอกจากนั้นแล้วเอเจนซี่ที่ดีควรส่งรายงานผลการแสดงโฆษณาของคุณด้วยข้อมูลที่ดึงออกมาจากบัญชีกูเกิลแอดเวิร์ดส์ ซึ่งมีการแจกแจงจำนวนครั้งของคลิกรวมทั้งจำนวนครั้งของการแสดงผลโฆษณาในแต่ละวัน เพื่อให้คุณเข้าใจประสิทธิภาพการทำงานของโฆษณาของคุณมากยิ่งขึ้นค่ะ ซึ่งคุณสามารถเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับค่าใช้จ่ายของแอดเวิร์ดส์ได้ที่นี่

 

 

ลักษณะการโฆษณาบนสื่อแบบดั้งเดิม (Traditional media/ offline media) จะทำให้ผู้โฆษณาเห็นโฆษณาของตนเองได้ตลอดเวลา เช่นหากคุณลงโฆษณาทางหน้าหนังสือพิมพ์ คุณก็จะเห็นโฆษณาของคุณบนหนังสือพิมพ์ในวันที่คุณได้ซื้อพื้นที่ไว้ ในทางกลับกันการแสดงโฆษณาในระบบออนไลน์จะมีการแข่งขันที่สูงและมีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา การการันตีว่าคุณจะสามารถเห็นโฆษณาของคุณได้ตลอดเวลา หรือการการันตีจำนวนคลิกที่คุณจะได้รับเป็นสิ่งที่กูเกิลไม่สนับสนุน เนื่องจากการที่โฆษณาจะแสดงบนหน้ากูเกิลมากน้อยเพียงใดเกิดจากหลายปัจจัย เช่น คะแนนคุณภาพของคำค้นหาของคุณ การตั้งค่าการแสดงโฆษณา คุณภาพของเว็บไซด์ของคุณ เป็นต้น ซึ่งหากเอเจนซี่ที่คุณกำลังพิจารณามีการการันตีจำนวนคลิกหรือจำนวนการแสดงของโฆษณา คุณก็อาจจะต้องลองชั่งใจกับข้อเสนออื่นๆ ที่เอเจนซี่รายนั้นเสนอให้คุณค่ะ

 

 

หากคุณสงสัยว่าคุณจะทราบได้อย่างไรว่าเอเจนซี่นั้นๆ มีคุณภาพหรือมีความเชี่ยวชาญด้านกูเกิลแอดเวิร์ดส์มากน้อยเพียงไร ทางกูเกิลเราเองก็มีการรับรองคุณสมบัติผู้ที่ทำธุรกิจดูแลลูกค้ากูเกิลแอดเวิร์ดทั้งในรูปแบบของ ?ส่วนบุคคล? หรือ ?บริษัท? เพื่อยืนยันถึงความเป็นมืออาชีพ ผู้ที่ผ่านการทดสอบของเราจะได้รับ ?โลโก้บุคคลที่ผ่านการรับรองหรือบริษัทที่ผ่านการรับรองของกูเกิลแอดเวิร์ดส์? ซึ่งผู้ที่สอบผ่านจะสามารถนำโลโก้นี้ไปแสดงในเว็บไซด์ของบริษัท ซึ่งคุณในฐานะลูกค้าสามารถตรวจสอบว่าโลโก้นั้นเป็นตรารับรองที่ได้รับจากทางกูเกิลจริงหรือไม่โดยการคลิกลงบนโลโก้ หากคุณไม่สามารถคลิกได้คุณสามารถขอลิงค์จากทางเอเจนซี่นั้นๆ ซึ่งโลโก้หรือลิงค์ดังกล่าวจะต้องพาคุณไปยังหน้าเว็บจากทางกูเกิล (http://adwords.google.com/select/ProfessionalStatus) ที่มีการระบุชื่อบริษัท (เอเจนซี่) และ สถานะที่ได้รับการรับรอง (ระดับบุคคลหรือบริษัท)

 

 

ท้ายสุดแล้วเราต้องขอเรียนให้คุณทราบว่าขณะนี้กูเกิลประเทศไทยยังไม่มีตัวแทนในประเทศอย่างเป็นทางการค่ะ หากมีเอเจนซี่รายใดบอกกับคุณว่าเป็นตัวแทนมาจากกูเกิลโดยตรงนั้น คุณก็สามารถทราบได้ทันทีว่าเอเจนซี่รายดังกล่าวได้บิดเบือนข้อเท็จจริงกับคุณตั้งแต่ต้น อย่างไรก็ตามหากเรามีการจัดตั้งตัวแทนของเราในประเทศไทยเมื่อไหร่ เราจะแจ้งให้กับทุกท่านทราบโดยทันทีค่ะ

 

 

หวังว่าคุณคงจะหาเอเจนซี่ที่มีประสิทธิภาพและมีคุณสมบัติตรงตามที่เราแนะนำในเบื้องต้นนี้ เพื่อให้การลงทุนของคุณเป็นไปอย่างคุ้มค่าและได้รับผลตอบแทนสูงสุดน่ะค่ะ หากคุณมีข้อสงสัยใดๆ หรือต้องการเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับกูเกิลแอดเวิร์ดส์ คุณก็สามารถเข้าไปหาคำตอบได้ที่นี่ค่ะ

แถมท้ายอีกนิด หากคุณได้รับการติดต่อจาก complaint-thai@google.com โปรดมั่นใจได้ว่าอีเมลดังกล่าวส่งมาจากทีมงานของเราค่ะ?

 

เขียนโดย จิตสุภา อุทัยรัตน์- ทีมงานกูเกิลแอดเวิร์ดส์

ที่มา http://googlethailand.blogspot.com/

เป็นอย่างไรบ้างครับ หวังว่าทุกท่านคงจะได้เอาไปตัดสินใจนะครับว่าควรจะเลือกทำโฆษณากับ เอเจนซี่ ที่ไหนดีนะครับ

Thursday
May 28,2009

คนทำเว็บไทยเกือบทุกคนที่ร่วมเสวนาในงานจิบน้ำชาของสมาคมผู้ดูแลเว็บไทย หัวข้อ “Social Media Marketing การตลาดที่ขับเคลื่อนด้วยผู้บริโภค” ล้วนพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า การตลาดแบบเก่านำมาใช้บนโลกดิจิตอลหรือโลกอินเทอร์เน็ตไม่ได้อีกแล้ว การส่งข้อความโฆษณาจากบนลงล่าง (จากเจ้าของสินค้าสู่ผู้บริโภค) ไม่มีอิทธิพลในโลกออนไลน์ ที่ผู้บริโภคไม่ใช่ผู้รับฟัง แต่เป็นผู้พูดกับผู้บริโภคด้วยกันเอง

คำถามจึงมีอยู่ว่า บริษัทต้องวางกลยุทธ์การตลาดใหม่อย่างไรให้สามารถรับมือกับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น คนทำเว็บหลายคนบอกว่า การสร้างเว็บไซต์ยุคใหม่ต้องใส่ใจเรื่อง Social Feature ให้มาก เช่น ต้องมีปุ่มให้ลูกค้าส่งต่อสินค้าให้เพื่อนชมได้ ต้องมีปุ่มเพิ่มรายการสินค้าที่เราชอบให้เพื่อนเข้ามาชมได้ มีปุ่มให้ดาวสินค้า มีฟีเจอร์ให้ลูกค้าอัพภาพหลังซื้อสินค้าไปใช้งาน ซึ่งฟีเจอร์เหล่านี้เป็นเบื้องหลังความสำเร็จของการตลาดบนเว็บไซต์มากมาย รวมถึง Amazon ที่มีฟีเจอร์เหล่านี้ถึง 15 ฟีเจอร์บนหน้าสินค้า 1 หน้า

ขณะที่หลายคนบอกว่า การตลาดดิจิตอลไม่มีรูปแบบสำเร็จที่สามารถกำหนดเป็นข้อๆ ทุกคนต้องมีจุดยืนภาพรวมใหญ่ในใจแล้วสรรหากลยุทธ์เพื่อผลักดันบริษัทให้เป็นไปตามภาพนั้น จึงจะประสบความสำเร็จในการทำการตลาดดิจิตอล

หนึ่งในนั้นคือ วันฉัตร ผดุงรัตน์ เจ้าของและผู้ก่อตั้ง “พันทิปดอตคอม” เจ้าพ่อชุมชนเว็บไซต์พันธุ์ไทยที่มีสมาชิกกว่าครึ่งล้านคน วันฉัตรบอกว่า ไม่ว่าจะเว็บไซต์จะมีฟังก์ชันส่งต่อเพื่อนหรือฟังก์ชันใดก็ตาม ขอเพียงมีฟังก์ชันที่สามารถตอบความต้องการพื้นฐานของมนุษย์ 5 ขั้นหรือกฎของมาสโลว์ได้ก็จะประสบความสำเร็จ

แม้สูตรการตลาดดิจิตอลเป็นสิ่งที่นักการตลาดต้องแก้โจทย์ด้วยตนเองและไม่มีคำตอบตายตัว แต่ข้อห้ามหรือ “กับระเบิด” ที่นักการตลาดดิจิตอลต้องหลีกเลี่ยงกลับสามารถสรุปออกมาเป็นหลักใหญ่ได้ถึง 10 ข้อ โดย เคนท์ เวอร์ไทม์ ประธานกรรมการบริษัท โอกิลวี่ วัน จำกัด ประจำภาคพื้นเอเชียแปซิฟิก และ เอียน เฟนวิค ที่ปรึกษาและศาสตราจารย์ประจำภาควิชาการตลาด สถาบันบัณฑิตบริหารธุรกิจศศินทร์ ช่วยกันสรุปไว้ในหนังสือเรื่อง DigiMarketing : เปิดโลกนิวมีเดียและการตลาดดิจิตอล สำนักพิมพ์เนชั่นบุ๊คส์

เคนท์และเอียนบอกว่า นักการตลาดที่ไม่ต้องการให้เว็บไซต์ของตัวเองต้องตกอับไปอย่างน่าเสียดายจะต้องไม่มีขั้นตอนการลงทะเบียนยุ่งยาก ต้องมีการวางแผนงานที่แน่ชัดว่าจะนำข้อมูลมาใช้อย่างไรให้เกิดประโยชน์สูงสุด

หากบริษัทมีเครื่องมือเก็บข้อมูลมากมาย แต่ข้อมูลนั้นไม่เคยถูกวิเคราะห์เพื่อสกัดออกมาเป็นความรู้ ก็เหมือนกับการมีเครื่องออกกำลังกายแต่คุณเอาไปใช้แขวนเสื้อผ้า ไม่ได้ทำให้ร่างกายคุณแข็งแรงอย่างที่ควรจะเป็น เคนท์และเอียนบอกว่านักการตลาดดิจิตอลที่ประสบความสำเร็จต้องมีแผนการวิเคราะห์ข้อมูลที่ชัดเจนและสม่ำเสมอ นำมาปรับปรุงเพื่อให้เกิดผลลัพธ์ที่ดียิ่งขึ้น ไม่ใช่แค่เก็บข้อมูลเอาไว้เฉยๆ

ขณะเดียวกัน นักการตลาดไม่ควรเน้นแต่ลูกเล่นบนเว็บไซต์ (Gimmick) โดยเคนท์และเอียนยกตัวอย่างว่านักการตลาดดิจิตอลยุคแรกๆ มักจะเชื่อว่าถ้าเว็บไซต์มีลูกเล่นเช่นเกมจะทำให้คนเข้ามาเว็บไซต์บ่อยครั้งได้ สิ่งที่เกิดขึ้นคือหลายเว็บไซต์ล้มเหลวเพราะผู้ใช้พากันเข้ามาเล่นเกมแทนที่จะสนใจในแบรนด์สินค้า ซึ่งลูกเล่นเหล่านี้มักจะดึงดูดความสนใจของผู้ใช้ได้ในระยะสั้นๆ เท่านั้น

เคนท์และเอียนเชื่อว่านักการตลาดที่ไม่สนใจสร้างการรับรู้ แล้วอยู่กับความเชื่อที่ว่า “สร้างเว็บไปเถอะ เดี๋ยวลูกค้าก็มาเอง” กำลังเดินทางผิดพลาดมหันต์ แต่นักการตลาดควรต้องมีแผนงานที่ดีในการดึงนักท่องเน็ตเข้ามาสู่เว็บไซต์ที่สร้างขึ้น และต้องไม่มองข้ามเสิร์ชเอนจิ้น เพราะโปรแกรมสืบค้นข้อมูลบนอินเทอร์เน็ตเป็นแรงดึงคนเข้าเว็บไซต์ที่นักการตลาดไม่ควรมองข้าม

ที่สำคัญ เว็บไซต์ที่ใช้งานยากย่อมทำให้ลูกค้าเสียเวลานาน ส่งผลให้คะแนนความประทับใจติดลบในที่สุด สรุปคือนักการตลาดควรทำให้การใช้งานเว็บไซต์ง่ายเสมอสำหรับผู้บริโภคในยุคดิจิตอล

เคนท์และเอียนห้ามนักการตลาดส่งสแปมเมลหรืออีเมลโฆษณาที่ผู้รับไม่ต้องการ แต่ให้หันไปหาวิธีกระตุ้นลูกค้าให้มีส่วนร่วมแทน โดยทั้งสองบอกว่าเนื้อหาในเว็บไซต์ที่มีลักษณ์เหมือนโบรชัวร์ที่เอาแต่พูดให้ฟัง ไม่เปิดโอกาสให้ลูกค้าร่วมถกหรือหารือเรื่องราวต่างๆ เท่ากับเป็นการเสียเวลา เสียเนื้อที่ และเสียโอกาสไปเปล่าๆ

ข้อห้ามสุดท้ายคือการทำการตลาดแบบเหมารวมหรือ Mass Marketing การทำการตลาดประเภทนี้บนโลกดิจิตอลโดยไม่สนใจจะตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคแต่ละคน เคนท์และเอียนมองว่าเป็นความผิดพลาดใหญ่หลวง เพราะช่องทางสื่อสารบนอินเทอร์เน็ตนั้นเปิดโอกาสมากมายให้นักการตลาดนำเสนอสิ่งที่เหมาะกับความต้องการของแต่ละคน

เมื่อหลบกับระเบิดเหล่านี้ได้แล้ว ก็สามารถอุ่นใจได้ครึ่งหนึ่งแล้ว

ที่มา www.positioningmag.com

Friday
May 22,2009

ลองอ่านกันดูนะครับ กับ 14 ขั้นตอนง่ายๆ ในการทำ On-Page SEO ในแบบของผม :-)

  1. ตรวจสอบดูว่า HTML Source Code ของหน้านั้นไม่มี Markup Error (เช็คได้ที่ http://validator.w3.org/)
  2. ในการตั้งชื่อ URL ให้ใช้ - (Hyphen) แทนการใช้ _ (Underscore) เพราะว่ากูเกิ้ลจะมองว่า bangkok-hotel.html = bangkok hotel ในขณะที่ bangkok_hotel.html = bangkokhotel
  3. อย่าลืมตั้งค่า charset ให้ถูกต้อง เช่น <meta http-equiv=?Content-Type? content=?text/html; charset=UTF-8? />
  4. ใช้ Links ในส่วนของ Footer ให้เป็นประโยชน์ (เหมาะสำหรับพวก Long Tail Keywords)
  5. Title Tag กับ Meta Description ของแต่ละหน้าในเว็บของเรา ต้องไม่ซ้ำกัน อันนี้สำคัญมากๆ (อ่านต่อ Title & Meta Description Tag - Tags นี้สำคัญแค่ไหน?)
  6. ตั้งชื่อ Title ให้น่าสนใจ แล้วก็ควรที่จะเกี่ยวข้องกับ Keyword ที่เราทำการ Research มา
  7. เขียน Meta Description ให้สอดคล้องกับ Title วัตถุประสงค์ก็เพื่อให้คนที่ทำการค้นหานั้นอยากคลิ๊ก แล้วก็เข้ามาอ่านต่อในเว็บของเรา (เพราะว่า Google จะเอา Meta Description ไปแสดงในหน้าที่แสดงผลของการค้นหา)
  8. ไม่ต้องกังวลกับ Meta Keywords มากนัก รวมทั้งไม่ควรใส่ Keywords ที่เป็น Money Keywords ของเราลงไปด้วย เพื่อป้องการการขโมยคีย์เวิรด์จากคู่แข่ง (โดยเฉพาะพวกที่ใช้ Tools ต่างๆ)
  9. พวก CSS กับ JavaScripts ควรจะแยกออกไปเป็นไฟล์ไว้ข้างนอก เพื่อที่จะลดขนาด HTML ของหน้าเว็บนั้นๆ ซึ่งจะทำให้หน้าเว็บนั้น สามารถโหลดได้เร็วขึ้น
  10. อย่าลืมความสำคัญของ Header Tags เช่น h1, h2
  11. พวก Image Tag อย่าลืมใส่ค่าตรง alt ด้วย เช่น<img src=?sample-image.jpg? alt=?This is a sample image? />
  12. พยายามที่จะใส่ Keyword ไว้ในที่ต่างๆ เหล่านี้ เช่น Title Tag, Meta Description, h1, h2, ย่อหน้าแรกของเนื้อหา, URL ของหน้านั้นๆ เป็นต้น อาจจะใช้ตัวหน้า หรือว่าขีดเส้นใต้ให้กับ Keyword เหล่านั้นด้วยก็ได้
  13. ใช้ Xenu ในการเช็ค Broken Links
  14. สุดท้ายก็ทำการ Submit XML Sitemap ที่ Google Webmaster Tool

ถ้าเพื่อนๆ คนไหนมีเทคนิค หรือว่ามีอะไรที่ต้องการจะเพิ่มเติม ก็สามารถแนะนำกันได้นะครับผม

บทความโดย Attawee

www.pccompete.com

สมัครสมาชิก ฟรี!

Email:
Name:

Polls

ฺท่านรู้จักเว็บไซต์ www.TARADedu.com จากที่ไหน

View Results

Loading ... Loading ...

Widget