สวัสดีครับทุึกท่านครับ
เมื่อวานได้รับข้อมูลเพิ่มเติมจากทาง Amazon UK เกี่ยวกับการจ่ายเงินค่าคอมมิสชั่นให้กับ PPC Affiliate โดยเฉพาะครับ โดยต่อไปค่าคอมมิสชั่นของ Amazon PPC Affiliate จะขึ้นอยู่กับสินค้าในแต่ละหมวดหมู่ที่ทำโฆษณา มีดังนี้

ทั้งนี้ข่าวดีก็คือว่า ถ้าหากเราระบุว่าเราทำ Affiliate โดยผ่านทาง PPC นอกจากเราจะได้รับค่าคอมมิสชั่นตามตารางด้านบนแล้ว ค่าคอมมิสชั่นที่เราได้จะไม่ถูกจำกัดเพดานอยู่ที่ GBP 7 ด้วยครับ ดังนั้นถ้าหากเราทำโฆษณาสินค้าราคาแพง เราก็จะได้ค่าคอมมิสชั่นสูงตามไปด้วยครับ
ดังนั้นต่อไป จำนวนชิ้นที่เราขายได้ก็จะไม่มีผลอีกแล้วครับ เราได้รับค่าคอมมิสชั่นตายตัวตามแต่ละหมวดหมู่ที่ลงโฆษณานั่นเอง ซึ่งทาง Amazon UK บอกว่า ที่ทำแบบนี้ก็เพื่อให้ทาง PPC Affiliate สามารถคำนวณรายได้และค่าใช้จ่ายในแต่ละสินค้าได้ง่ายมากขึ้น จะได้ทำกำไรได้มากขึ้นครับ
โดยรูปแบบการรับค่าคอมมิสชั่นแบบใหม่นี้ จะเริ่มใช้งานวันที่ 1 กรกฏาคม 2552 นี้เป็นต้นไปครับ ซึ่งผมคิดว่านี่ก็คงจะเป็นข่าวดีสำหรับคนไทยที่ทำ Affiliate ให้กับ Amazon UK อยู่นะครับ เพราะว่าการไม่โดนจำกัดค่าคอมมิสชั่นอยู่ที่ GBP 7 คงจะทำให้ทุกคนสามารถทำกำไรได้มากขึ้นอีกเยอะเลยครับ
ที่มา www.trawut.com
เมื่อวานนี้ ผมเชื่อว่าคงมีคนตกใจกันหลายคนมาก เมื่อได้รับอีเมล์จาก Amazon UK แจ้งเรื่องการเปลี่ยนแปลงค่าคอมมิสชั่นในการจ่ายเงิน (Updated Commission Structure) เพราะกลัวว่าทาง Amazon UK จะออกกฏห้ามทำโฆษณาผ่านทาง PPC เหมือน Amazon US อีกคนหรือเปล่า
ทาง Amazon UK เขียนมายาวมาก แต่พออ่านแล้วก็ไม่มีอะไรมากครับ โดยสรุปแล้ว มีเนื้อหาที่คิดว่าน่าจะเกี่ยวข้องดังนี้ครับ
1. ในการรับเงินแบบ Performance จากเดิมที่เราเคยได้รับ 5% - 7.5% ตอนนี้ทาง Amazon UK ได้ปรับเพิ่มให้เป็น 5% - 9% โดยเมื่อเราขายได้ 10,001 - 30,000 ชิ้นเราจะได้ 8% และ 30,001 ชิ้นขึ้นไปได้ 9% ครับ
2. ค่าคอมมิสชั่นสูงสุดที่เราจะได้รับในแบบ Performance คือ GBP 7 ในทุกๆ สินค้าครับ (แต่ก่อนจำกัดเฉพาะกลุ่ม electronics) ดังนั้นถ้าหากเราขายสินค้าราคาแพงแล้วได้ค่าคอมมิสชั่นเกิน GBP 7 ไปแล้ว แม้ว่าเปอร์เซ็นต์ค่าคอมมิสชั่นเราจะเพิ่มเป็น 9% เราก็ยังจะได้แค่ GBP 7 อยู่เหมือนเดิมครับ
3. ถ้าหากเราเลือกการรับเงินแบบ Classic เราจะได้รับเงินค่าคอมมิสชั่น 4% ในสินค้าทุกชิ้น แต่จะไม่ถูกจำกัดเพดานค่าคอมมิสชั่นในแต่ละชิ้นครับ ดังนั้นถ้าหากสินค้าเราราคา GBP 1,000 เราก็จะได้รับค่าคอมมิสชั่น GBP 40 ครับ (แต่ถ้าเลือกแบบ Performance จะได้แค่ GBP 7)
4. หากทำโฆษณา PPC อยู่ให้ระบุให้ชัดเจนว่าเราทำโฆษณา PPC และใน Account ที่ทำโฆษณา PPC อยู่นั้น ห้ามทำโฆษณาด้วยวิธีอื่นๆ ถ้าหากจะทำต้องเปิด Account ใหม่แยกไปทำต่างหากครับ
จากการเปลี่ยนแปลงรูปแบบใหม่ทั้ง 4 ข้อนี้ ก็พอวิเคราะห์ได้ว่าทาง Amazon UK กำลังคิดอะไรอยู่ เช่น
1. ทาง Amazon UK ต้องการให้คนหันไปทำโฆษณาสินค้าราคาถูกมากขึ้น เพราะที่ผ่านมาพวกเรา (Affiliate) คงจะทำโฆษณาเฉพาะสินค้าราคาแพงๆ เพราะจะได้ค่าคอมมิสชั่นเยอะ ดังนั้นถ้าหากถูกจำกัดค่าคอมมิสชั่น ทุกคนก็ไม่จำเป็นต้องโฆษณาสินค้าราคาแพงๆ แล้ว ทำโฆษณาสินค้าราคาสัก GBP 50 - 100 ก็ไม่ต่างกับสินค้าราคา GBP 500 มาก เพราะยังไงก็ได้ค่าคอมมิสชั่นสูงสุดแค่ GBP 7 อยู่ดี
2. ทาง Amazon UK ต้องการประหยัดเงินที่นำมาจ่ายให้กับ Affiliate ลงไป เพราะผมคิดว่าเงินตรงนี้คงจะเป็นจำนวนเงินที่มหาศาลมากในแต่ละเดือน เพียงแค่การจำกัดเพดานค่าคอมมิสชั่นสูงสุดไว้ที่ GBP 7 นี้ ก็คงจะทำให้ Amazon UK ได้เงินเพิ่มขึ้นมามากกว่า GBP 1,000,000 ในแต่ละเดือน
3. ทาง Amazon UK ต้องการตรวจสอบดูสถิติค่าคอมมิสชั่นทั้งหมดที่ PPC Affiliate ทุกคนทำได้ จึงได้พยายามแยก Account ที่ทำโฆษณาบน Paid Search ออกมาต่างหากจากการทำโฆษณาวิธีอื่นๆ เพราะน่าจะสังเกตเห็นชัดเจนว่า PPC Affiliate คือ กลุ่มที่ทำเงินได้เยอะมาก
ซึ่งจริงๆ แล้วทั้งหมดนี้ก็ไม่น่าประหลาดใจอะไรครับ เพราะทาง Amazon DE ก็ได้เปลี่ยนแปลงมาใช้รูปแบบนี้ตั้งแต่เดือนพฤษภาคมแล้วครับ ซึ่งพอเห็นว่าดี จึงมาปรับใช้กับ Amazon UK บ้างครับ
ผมเชื่อว่าคงคิดมากอยู่ในเรื่องนี้ครับ แต่ผมก็ขอบอกว่า “อุปสรรคและปัญหาเกิดขึ้นอยู่ตลอดเวลา อย่ามัวเสียเวลานั่งกลุ้มใจ เอาเวลาไปคิดแก้ไขปัญหาดีกว่าครับ”
ที่มา www.trawut.com
สวัสดีครับเพื่อนๆ วันนี้ผมกลับเข้ามาอัพเดตบล็อกเร็วกว่าทุกๆครั้งนะครับ เนื่องจากว่ามีไฟประกายมาจุดประทุต่อม ของความอยากเขียนครับ หุหุ แต่จริงๆผมอยากจะเพิ่มยอดของคนที่เข้ารับข่าวสารโดยตรง( Feedburner icon ด้านซ้ายครับ) เพราะกำลังคิดว่า ทำยังไงจำนวนคนที่รับข่าวสารและเฝ้ารออ่านเรื่องราวจากบล็อกแห่งนี้ จะเพิ่มขึ้นไปอีก หุหุ?(ตั้งใจไว้ที่ 1000 คน ภายในปีนี้นะครับ หุหุหุ) วันนี้ผมก็เลยรีบเข้ามาหาเรื่อง!! หาเรื่องเขียน อิอิ
จากบทความก่อนหน้านี้ผมได้พูดถึง AOM หรือ Associate-O-Matic? (สมาชิกในเว็บบอร์ด SEM.OR.TH เริ่มสนุกสนานกันพักใหญ่แล้วครับ)?ผมขอเรียกว่า AOM แล้วกันนะครับ เด๋วจะพิมพ์กันยาวๆ (จริงๆขี้เกียจเขียนครับ หุหุ)?วันนี้เราจะมาเรียนรู้ว่าวิธีการติดตั้งเจ้า AOM เนี่ยมันมีความยากแค่ไหนและเราจะเริ่มต้นสร้างร้านค้าออนไลน์ซักร้าน เพื่อขายสินค้าต่างๆจาก Amazon.com เนี่ยมันไม่ได้ยากอะไรมากมายเลย (จริงๆ แต่ส่วนใหญ่จะพลัดวันประกันพุ่งไปเรื่อยๆ?..เหมือนผม อิอิ) ก่อนที่เพื่อนๆจะตัดสินใจเข้ามาเล่นกับ AOM อาจจะต้องสำรวจความพร้อมกันก่อนนะครับ เพราะการสร้างร้านค้าในรูปแบบ สคริปอย่าง AOM นั้นมีค่าใช้จ่าย!!! ในส่วนของ Script? ซึ่งในปีแรกจะเสียค่าบริการ 99$ และ 20$ ต่อปี ในปีถัดไป แต่ๆๆๆๆ?..ถ้าซื้อตอนนี้เฮ้ยๆไม่ใช่ๆ อิอิ AOM มันมีเวอร์ชั่นฟรีครับ แต่ก็เสียค่าหัวคิวไปบ้าง (แค่ 10 % คิดง่ายๆ คนซื้อ 10 เราให้ AOM ไป 1 )
สำหรับวันนี้ผมขอยกตัวอย่างเว็บไซต์ทีสร้างโดย AOM ของผมเองเพื่อเป็นตัวอย่างในการสร้างและการทำตลาด นิช Niche ในแบบฉบับ การตลาดแบบฉบับ The Long Tail (ตลาดเฉพาะกลุ่มครับ) เป็นตลาดที่การซื้อขายเรื่อยๆตลอดทั้งปี ประมาณนี้นะครับ ผมว่าเรามาดูกันเลยครับ
ก่อนที่ผมจะเริ่มสร้างเว็บไซต์เพื่อขายสินค้าใน Amazon.com โดยใช้ AOM ในการดึงข้อมูลสินค้าและทำเป็นหน้าร้านนะครับ
1. วิจัยตลาด เลือกสินค้า กลุ่มสินค้า ที่จะต้องการจะขาย
ผมเลือกสินค้า เกี่ยวกับของเล่นทหารจำพวก โมเดลลิ่งต่างๆ เรื่องคู่แข่งมีเยอะครับ สินค้าพวก Toys Models ประมาณนี้ครับ โดยส่วนตัวผมว่ามันจะขายง่ายกว่าเว็บไซต์ที่รวมสินค้าทั้งหมดครับ
2. ค้นหาคียเวิร์ดเพื่อจดโดเมนเนม (ตามสูตร โดเมนเนม ที่เป็น คีย์เวิร์ด)
ผมทำกการวิจัยตลาดของเล่นโมเดลทหาร และใข้คำว่า MilitaryModels ซึ่งผมค้นหาและเลือกคีย์ที่มี ผู้คนค้นหาบ้างและมีแนวโน้มที่สนใจเรื่องการเล่น และซื้อของเล่นที่เป็นโมเดลทหารครับ หลังจากวิเคราห์แล้วก็ได้คำว่า Military Models Kits เพื่อเอามาจดโดเมนเนมครับผม
หลังจากที่ได้โดเมนแล้วก็มาที่โฮสครับ อัพโหลด AOM ขึ้นไปแล้วก็บรรเลงการ Setup เข้าไปครับ ซึ่งเราสามารถที่จะทำหน้าตาเจ้า AOM ให้ดูดีได้จากการปรับแต่ง CSS นะครับ วันนี้ผมว่าขอจบก่อนดีกว่าครับ เพราะแค่วิธีการเลือกตลาดและจดโดเมนมันก็พอจะบอกอะไรได้หลายๆอย่างแล้วว่า เปอร์เซ็นที่จะขายได้นั้น มีแน่นอนครับ
ทรงชัย ณะอำภัย